หลายคนอาจจะรู้จักกับ Google ในฐานะของเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา (Search Engine) ซึ่งหลังจากที่อินเทอร์เน็ตและโลกออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทาง Google ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมืออื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เพื่อช่วยส่งเสริมและต่อยอดทั้งในแง่ธุรกิจและในเชิงของความยั่งยืนบนโลกอินเทอร์เน็ต และเครื่องมืออย่าง Google Ads ก็คือหนึ่งในนั้น ซึ่งในตัวระบบของ Google Ads ยังมีคำศัพท์ทางเทคนิคมากมายที่หลายคนอาจมองว่ายุ่งยากเกินกว่าที่จะจดจำ แต่วันนี้เราได้รวบรวมคลังคำศัพท์ที่ใช้ใน Google Ads มาให้ทุกคนได้รู้ไว้ที่นี่แล้ว!

คำศัพท์พื้นฐาน

Click Through Rate (CTR): หน่วยวัดค่าจำนวนครั้งที่มีคนเห็นโฆษณาแล้วกดเข้ามาดูเว็บไซต์หรือโพสต์โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่คุณตั้งเอาไว้

Conversion Rate (CVR): หน่วยการวัดยอดรวมของจำนวนครั้งที่มีคนเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ที่คุณตั้งไว้กับอัตราส่วนของผลประกอบการของคุณ (สูตรการคำนวณหา CVR คลิ๊กที่นี่)

Call to Action (CTA): องค์ประกอบในโฆษณาที่เชื้อชวนให้ผู้ใช้งานอยากจะดำเนินการซื้อหรือจองบริการของคุณผ่านข้อความสั้น ๆ เช่น “ซื้อเลย” “จองตอนนี้” ฯลฯ

Landing Page: หน้าเว็บไซต์ที่คุณตั้งค่าเอาไว้ในโฆษณาโดยทุกครั้งที่มีการกดโฆษณาหรือลิงก์ จะนำพาผู้ใช้งานมาสู่ที่หน้าเว็บไซต์นั้น ๆ

Optimization: การปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขรายละเอียดหรือรูปแบบในโฆษณาเพื่อพัฒนาคุณภาพและสร้างผลตอบรับที่ดีขึ้น

Split Testing: ในบางครั้งเรียกว่า A/B Test โดยจะเป็นการทดสอบระบบต่าง ๆ ของการโฆษณา โดยอาจจะมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันหรือในรายละเอียดการตั้งค่าอื่น ๆ เพื่อดูผลัพธ์ว่าแบบไหนให้ผลตอบรับที่ดีที่สุด

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการตั้งค่า

Ad Extension: ข้อมูลเพิ่มเติมต่าง ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของคุณเช่นสถานที่ตั้ง, เบอร์ติดต่อ เป็นต้น โดยจะแสดงผลข้างล่าง Ad Description ที่หน้าแสดงผล

Ad Groups: กลุ่มโฆษณามีอาจจะมีคีย์เวิร์ด, งบประมาณและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันโดยยังคงต้องอยู่ภายใต้แคมเปญเดียวกัน เช่น หากคุณมีแบรนด์น้ำหอม ใน Ad Groups นี้อาจจะมีโฆษณาที่แยกเป็นน้ำหอมสำหรับผู้หญิงและน้ำหอมสำหรับผู้ชาย ซึ่งทั้งสองโฆษณายังอยู่ภายใต้แคมเปญการโฆษณาน้ำหอมจากแบรนด์คุณ

Ad Rank: หน่วยมูลค่าที่วัดจาก Quality Score และยอด Bid ของคุณ เพื่อกำหนดว่าโฆษณานั้นจะไปแสดงผลอยู่ที่อันดับเท่าไหร่บนหน้าแสดงผล

Campaign: กลุ่มใหญ่ของโฆษณาที่มีเป้าหมายและงบประมาณร่วมกันโดยสามารถแตกแยกย่อยเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ตามแต่ความแตกต่างได้

Campaign Type: ประเภทของแคมเปญ คือ การกำหนดว่าคุณต้องการให้โฆษณานั้น ๆ ไปแสดงผลที่ไหนบ้าง แต่โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท คือ

Search Network Only (แสดงบนหน้า Google เท่านั้น)
Display Network Only (แสดงผลบนเว็บโซต์ภายในเครือของ Google เช่น Youtube เป็นต้น)
Search Network with Display Select (แสดงทั้งบนหน้า Google และเว็บไซต์ภายในเครือของ Google อื่นๆ)
Impressions: จำนวนครั้งที่โฆษณาของคุณถูกแสดงผล

Keywords: คำหรือกลุ่มคำสั้น ๆ ที่จะปรากฏบนโฆษณาของคุณ โดยคีย์เวิร์ดนั้นสำคัญต่อ Google Ads มากที่สุด เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าโฆษณาของคุณจะไปแสดงผลบนหน้าจอของใครและที่ไหนบ้าง ในการสร้างคีย์เวิร์ด คุณอาจจะลองนึกดูว่า ถ้าหากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายต้องการที่จะเสิร์ชหาผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ พวกเขาจะใช้คำหรือกลุ่มคำแบบไหน

Mobile Ad: รูปแบบของโฆษณาที่จะถูกแสดงผลผ่านการค้นหาทางโทรศัพท์มือถือ

Quality score: หน่วยวัดของทาง Google ที่ประเมินจากความสำคัญของเนื้อหา, ชื่อหัวข้อ, คำอธิบาย, คียเวิร์ดและหน้าเว็บไซต์ โดยยิ่งมีคะแนน Quality Score สูงเท่าไหร่ การแสดงผลก็จะยิ่งดีเท่านั้น และคุณก็จะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงด้วย

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

Bidding: ในระบบของ Google Ads นั้นระบบ Bidding คือการเสนอราคาที่สูงที่สุดที่คุณต้องการจ่ายโดยยิ่งราคาสูงเท่าไหร่ การแสดงผลโฆษณาของคุณก็จะบ่อยและอยู่อันดับต้น ๆ มากขึ้นเท่านั้น

Billing Threshold: ยอดค่าบริการที่คุณจะต้องทำการชำระโดยอาจจะมีการกำหนดมูลค่าเอาไว้และเมื่อค่าใช้จ่ายในการโฆษณาของคุณมียอดรวมถึงจำนวนนั้น ๆ ทางระบบก็จะทำการตัดเงินในทันทีและส่งใบเสร็จออนไลน์มาให้คุณ

Cost-Per-Click (CPC): ยอดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น เมื่อมีผู้ใช้งานกดคลิ๊กที่โฆษณาของคุณโดยคุณสามารถตั้งงบประมาณเอาไว้ได้เพื่อให้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่มากจนเกินไป หลายครั้งยังถูกเรียกว่า Pay-Per-Click (PPC) เช่นกัน

Cost-Per-thousand (CPM): ยอดค่าใช้จ่ายที่จะประเมินตามจำนวนครั้งที่โฆษณาของคุณถูกแสดง

Daily budget: งบประมาณที่คุณยินดีจะจ่ายในการโฆษณาในแต่ละวัน

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์

Destination URL: ความหมายนี้จะเหมือนกับคำว่า Landing Page โดยในหน้าของการสร้างสรรค์จะใช้คำว่า Destination URL แทน ซึ่งส่วนนี้คุณสามารถกำหนดได้แตกต่างกันไปในแต่ละโฆษณาของคุณ

Display Network: โฆษณาที่จะแสดงผลในเครือข่ายอื่น ๆ ของ Google เช่น Google Shopping และ Google Campaign

Display URL: URL ที่จะแสดงผลพร้อมกับโฆษณาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ทราบว่าหากกดโฆษณานี้แล้วจะนำไปสู่ landing Page อันไหน

Headline: ชื่อหัวข้อของโฆษณาควรมีความกระชับ ได้ใจความและสื่อสารครบถ้วน รวมถึงมีคีย์เวิร์ดอยู่ในนั้นด้วย

Side ad: โฆษณาที่ปรากฏในด้านข้างของหน้าแสดงผลการค้นหา (Search Engine Results Page-SERP)

Top ad: โฆษณาที่แสดงผลในแถบด้านบนของหน้าแสดงผลการค้นหา โดยจะอยู่บนสุดและมีสัญลักษณ์ Ad หรือ โฆษณาติดอยู่

สรุป

ถึงแม้ว่าจะมีคำศัพท์ Google Ads มากมายแต่การทำความเข้าใจในแต่ละศัพท์นั้นก็สามารถช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบและเครื่องมือต่าง ๆ และใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งเรามั่นใจว่าคงไม่ยากเกินไปหากคุณมีความสนใจกับการทำโฆษณาผ่าน Google Ads

โดยคุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ Google Ads อื่น ๆ ที่คุณสนใจได้จากทางเว็บไซต์ของเรา แต่ถ้าคุณมองว่าการทำโฆษณาออนไลน์นั้นยังเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่ สามารถมาปรึกษากับเรา ที่ Primal เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแล แล้วคุณจะรู้ว่าการทำการตลาดออนไลน์ไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป