หากคุณเป็นนักเขียนบทความ SEO หรือสนใจในการทำ Content Marketing หลายครั้งคุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘Content Evergreen‘ อยู่เสมอ ๆ โดยอาจมาในรูปแบบบรีฟที่ได้รับ หรือแม้แต่ข้อมูลที่เลือกใช้ แต่ Content Evergreen คืออะไรกันแน่? เกี่ยวข้องกับเรื่องต้นไม้รึเปล่า? เราลองไปหาคำตอบกัน!

EVERGREEN CONTENT คือคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับต้นไม้?

คำตอบก็คือ “ไม่!” และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องต้นไม้แต่อย่างใด แต่ถึงแม้คำว่า Evergreen จะหมายถึงต้นไม้ที่ออกใบเขียวชะอุ่มตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะในฤดูกาลไหน ๆ แต่ในศาสตร์ของการคิดคอนเทนต์แล้ว จะเป็นการนำเอาแนวคิดความยั่งยืนของต้นไม้มาประยุกต์ใช้

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า Evergreen Content คือคอนเทนต์ที่ยังมีความสดใหม่และความสำคัญของเนื้อหายังคงมีประโยชน์อยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าคอนเทนต์นั้น ๆ จะถูกสร้างมาเป็นเวลานานหลายปี แต่ Evergreen Content ก็จะยังคงเป็นเนื้อหาที่ให้ประโยชน์กับคนอ่านอยู่เสมอไม่ว่าเทรนด์ของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เหมือนดั่งต้นไม้เขียวชะอุ่มที่ให้ร่มเงาตลอดทั้งปี โดย Evergreen Content ยังถูกยกว่าเป็นคอนเทนต์ที่มีความยั่งยืนและมีความสำคัญเหนือกาลเวลาอีกด้วย

ลักษณะเด่นของ EVERGREEN CONTENT

มีเนื้อหาที่ถูกต้อง ชัดเจนและมีคุณภาพ: สิ่งสำคัญของคอนเทนต์ที่ดี คือการสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการคิด ไตร่ตรอง วางแผน วิเคราะห์และสืบค้นหาข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับการทำ Evergreen Content อีกทั้งสิ่งเหล่านี้ยังมีความสำคัญในอันดับต้น ๆ อย่างไม่มีข้อแม้ ซึ่งในการเขียนคอนเทนต์ นอกจากจะต้องมีการจัดวางที่ดีแล้ว ยังต้องมีการอธิบายที่ชัดเจน ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นคอนเทนต์ที่พูดถึงสิ่งนั้น ๆ เพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น

เหนือกาลเวลา: ในเมื่อแนวคิดของ Evergreen Content มาจากต้นไม้ที่ออกใบสะพรั่งเขียวชะอุ่มและอยู่ได้ตลอดทั้งปี รูปแบบของคอนเทนต์จึงไม่ต้องอิงกับข่าวสารปัจจุบันหรือเทรนด์ต่าง ๆ แต่เป็นข้อมูลที่คนยังสนใจและสามารถกลับมาอ่านได้ตามความต้องการไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ตัวอย่างรูปแบบของ Evergreen Content

-ลิสต์รายการต่าง ๆ
-ทิปส์แนะนำ
-คอนเทนต์สอนทำสิ่งต่าง ๆ (How-to)
-บทความสารานุกรม (Encyclopedia-esque Entries)
-รีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

ไอเดียหัวข้อสำหรับสร้าง EVERGREEN CONTENT

ไอเดียส่วนใหญ่ที่นิยมนำมาสร้างสรรค์เป็น Evergreen Content มักจะเป็นเรื่องราวที่มนุษย์ให้ความสนใจอยู่ตลอดเวลา หรืออาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม หรือกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนต้องพบเจอไม่ว่าจะผ่านไปกี่เจเนอเรชั่นก็ตาม เช่น สารพัดเรื่องราวความรัก ทั้งรักแรกพบ, อกหัก, รักข้างเดียว, ปัญหาความรักต่าง ๆ, การเงิน, การออม, การกู้, การลงทุน หรือจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชีพและความถนัดเฉพาะทางต่าง ๆ ก็เป็นไอเดียที่นำมาใช้กับการทำ Evergreen Content ได้ดีอยู่เสมอ

ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ยังสามารถแตกแยกย่อยออกมาได้หลากหลาย โดยอาจจะเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาชีพ หรือภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หรือแม้แต่การแนะนำเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียนต่อ นอกจากนี้ยังรวมถึงเรื่องที่เป็นปัจจัยในการใช้ชีวิตที่มนุษย์ไม่สามารถละทิ้งได้ ทั้งเรื่องการเลี้ยงลูก การทำอาหาร ก็สามารถนำมาเป็นไอเดียในการทำ Evergreen Content ได้เช่นกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ ในการทำ Evergreen Content ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจคือคุณจะต้องให้ความสำคัญกับการเลือกหัวข้อและแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณด้วย

EVERGREEN CONTENT VS TOPICAL CONTENT

Topical Content คือสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ Evergreen Content กล่าวคือคอนเทนต์ในรูปแบบของ Topical Content จะเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม หรือเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีความสำคัญและได้รับความสนใจอยู่ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มักจะถูกแทนที่ด้วยเทรนด์หรือกระแสความนิยมใหม่ ๆ เช่น ชุดโกโกวา, ส้มหยุด, เมืองทิพย์ เป็นต้น

นอกจากเรื่องราวที่เป็นกระแสฮิตและไวรัลแล้ว ยังมีเนื้อหาจำพวกบทความข่าว, ตัวเลขหรือสถิติที่เปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต รวมถึงเทรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ก็ถูกจัดเป็นคอนเทนต์ประเภทนี้ด้วยเช่นกัน

เทคนิคการทำ EVERGREEN CONTENT

ใช้เทคนิค SEO เข้ามาช่วย: การทำ Evergreen Content นั้นมีจุดแข็งในตัวอยู่แล้ว แต่คงจะไร้ความหมายหากคอนเทนต์เหล่านั้นไม่ได้ถูกเผยแพร่ไปสู่นักอ่านในวงกว้าง ดังนั้นการนำเทคนิคต่าง ๆ ในการทำ SEO เข้ามาปรับใช้ ก็จะสามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นและเข้าถึงของคอนเทนต์นั้น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

เลือกหัวข้อให้แคบและเจาะจง: การมีโจทย์ในการทำคอนเทนต์ที่กว้างเกินไป อาจไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย แต่จะทำให้ทิศทางของคอนเทนต์ไม่ชัดเจน รวมถึงอาจจะมีเนื้อหาที่ยืดเยื้อเกินกว่าจะรั้งความสนใจของผู้อ่านเอาไว้ได้ ซึ่งหากคุณมีหัวข้อที่ต้องการเล่ามากมาย ลองแตกแยกย่อยหัวข้อเหล่านั้นออกมา แล้วแบ่งเล่าในแต่ละพาร์ท ก็จะสามารถสร้างความเข้าใจให้กับคนอ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น

อย่าเขียนให้ผู้เชี่ยวชาญอ่าน: ในข้อนี้ เราอยากจะให้คุณลองจินตนาการตามว่า หากคุณมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่แล้ว โอกาสที่คุณจะเข้าไปอ่านคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณรู้อยู่แล้วก็คงจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่คุณจะสนใจกับคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลที่คุณยังไม่รู้เสียมากกว่า ดังนั้นหากคุณจะสร้าง Evergreen Content ขึ้นมา ก็ควรจะเป็นการสร้างความรู้ใหม่ ๆ และความเข้าใจให้กับคนอ่านได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

คิดให้ดีก่อนใช้ศัพท์เฉพาะทาง: ในเมื่อเทคนิคข้อที่แล้ว คือการตั้งเป้าหมายไว้ว่าคุณจะทำคอนเทนต์ให้เหมาะกับคนที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญได้อ่าน ดังนั้นก่อนที่คุณจะใช้ศัพท์เฉพาะทางใด ๆ ควรคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ว่าควรเขียนอย่างไรเพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปสามารถเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร หรือถ้าหากคุณจำเป็นต้องใช้ศัพท์เฉพาะทางจริง ๆ ก็อย่าลืมอธิบายความหมายให้ผู้อ่านได้เข้าใจให้ง่ายขึ้นด้วย

ส่งท้าย ถึงมิตรรักคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทุกท่าน

การสร้างสรรค์คอนเทนต์ขึ้นมานั้น นอกจากห้ามลืมใส่ใจเรื่องคุณภาพของเนื้อหาแล้ว ความหลากหลายของเนื้อหาก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ซึ่งการมี Evergreen Content นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ในการทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ในหลายบริบท คอนเทนต์ที่อิงตามเทรนด์ ตามกระแสอย่าง Topical Content ก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะสามารถช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของคุณได้ ดังนั้นหากการทำงานต้องมี Work Life Balance การทำคอนเทนต์ก็ควรจะมี ความ Evergreen-Topical Balance ด้วยเช่นกัน