ในการทำการตลาดออนไลน์ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่งก็คือการทำ SEO แต่การแข่งขันก็มีสูงมากเช่นกัน เพราะแทบจะทุกธุรกิจที่ทำการตลาดออนไลน์ในด้านนี้ล้วนต้องการให้คอนเทนต์ SEO ของตัวเองติดขึ้นแรงก์ในอันดับบนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งการจะทำให้คอนเทนต์ติดอยู่ในอันดับที่เราต้องการได้นั้นก็มีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งรวมถึงการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วย วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องมือ Plugin ของ WordPress ที่จะสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสติดแรงก์ในอันดับต้น ๆ ได้มากขึ้น!

ทำไมต้องใช้ WORDPRESS PLUGIN?

WordPress คือ Content Management System (CMS) ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับใช้สร้างเว็บไซต์ เนื่องจากมีความโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Extensions and Plugins ที่หลากหลาย สามารถนำไปใช้ได้ตามจุดประสงค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนหรือตกแต่งหน้าเว็บไซต์ให้มีความโดดเด่นกว่าเว็บไซต์อื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Extensions และ Plugin ใน WordPress เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ จนได้รับความนิยมและเป็นที่ร่ำลือกันอย่างมากถึงวิธีการใช้งานที่ง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อนและให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น

WORDPRESS SEO PLUGIN ที่ดีที่สุด คืออะไร?

ในการทำ SEO บน WordPress นั้นมีหลากหลายตัวเลือก ซึ่งแต่ละปลั๊กอินนั้นก็จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเครื่องมือ WordPress SEO Plugin ที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่มีความเหมาะสมและตอบสนองกับความต้องการของคุณมากที่สุดนั่นเอง

ในบทความนี้เราจึงจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับตัวอย่างของปลั๊กอินที่จะช่วยให้การทำ SEO WordPress ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น!

All in One SEO for WordPress (AIOSEO)

AIOSEO เป็นหนึ่งในปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการทำ SEO เพราะมีฟีเจอร์มากมาย เรียกว่าครบจบในที่เดียวสมชื่อ All in One SEO ตั้งแต่ฟีเจอร์ที่ช่วยในการตั้งค่าชื่อหัวข้อ, คำอธิบาย, การใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ไปจนถึงการตั้งค่า Sitemaps เลยทีเดียว โดยจะมีเช็กลิสต์แสดงขึ้นมาถึงสิ่งที่ควรมี รวมถึงสิ่งที่ควรแก้ไข-ปรับปรุง และสิ่งที่ควรตัดออก เพื่อทำให้คอนเทนต์ SEO ของคุณมีประสิทธิภาพ และสามารถไต่อันดับที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับการทำ SEO เว็บไซต์อีคอมเมิร์ชอีกด้วย

ระดับความยาก: ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน SEO ก็ใช้ได้

เหมาะกับใคร: ผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด, นักเขียนบทความ, นักการตลาดออนไลน์และนักพัฒนาระบบ ที่สนใจในการทำการตลาดออนไลน์ผ่านการสร้าง SEO

ราคา: เริ่มต้นที่ ~1800 บาท ($49.50) /ปี

Yoast SEO

Yoast SEO คือหนึ่งในปลั๊กอินที่มีชื่อเสียงที่สุดของการทำ SEO WordPress ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน สำหรับประโยชน์ของ Yoast SEO ที่โดดเด่นก็คือ การที่เครื่องมือตัวนี้จะสามารถช่วยให้คุณ Optimize คอนเทนต์ SEO ให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด และส่งผลให้เว็บไซต์หรือแพตฟอร์มโซเชียลมีเดียของคุณมีโอกาสติดแรงก์ได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ Yoast SEO ยังมีการสร้าง XML Sitemap อัตโนมัติซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากอีกด้วย

ระดับความยาก: ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน SEO ก็ใช้ได้

เหมาะกับใคร: ผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด, นักเขียนบทความ, นักการตลาดออนไลน์และนักพัฒนาระบบ ที่สนใจในการทำการตลาดออนไลน์ผ่านการสร้าง SEO

ราคา: เริ่มต้นใช้งานได้ฟรี

Rank Math

เครื่องมือปลั๊กอินที่กำลังมาแรงสุด ๆ คงต้องรวม Rank Math เอาไว้ด้วย เพราะความที่ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์ที่ครบครันสำหรับการสร้าง SEO โดยฟีเจอร์ของเครื่องมือตัวนี้ จะเป็นการใช้งานแบบ Step-By-Step พร้อมทั้งให้คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนรวมถึงมีค่าคะแนนบอกอยู่ตลอดเวลา ว่าคอนเทนต์ของคุณอยู่ในเกณฑ์ไหน นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความพิเศษนั่นก็คือ ระบบจะทำการสร้าง XML Sitemap ที่เชื่อมต่อกับ Google Search Console ได้อย่างอัตโนมัติ ตัดปัญหาเรื่องความยุ่งยากและประหยัดเวลาสุด ๆ แถมยังเป็นมิตรกับผู้ใช้งานในทุกระดับ

ระดับความยาก: ง่ายมาก มือใหม่หัดทำ SEO ก็ใช้ได้

เหมาะกับใคร: ทุกคนที่มีความสนใจในการสร้าง SEO

ราคา: เริ่มต้นที่ ~2145 บาท ($59) /ปี

Site Kit by Google

ปลั๊กอินจาก Google ตัวนี้ ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้าง SEO โดยตรง แต่ก็มีความจำเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะ Site Kit ช่วยให้คุณสามารถดูข้อมูล Insights ต่าง ๆ ของการเข้าชมเว็บไซต์ได้ ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยได้อย่างมาก เพราะเมื่อคุณรู้ถึงข้อมูลเชิงลึก คุณก็จะสามารถนำไปพัฒนาเว็บไซต์และคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

ระดับความยาก: ปานกลาง ควรมีพื้นฐานด้านการดูข้อมูลเพียงเล็กน้อย

เหมาะกับใคร: ผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาด, นักเขียนบทความ, นักการตลาดออนไลน์และนักพัฒนาระบบ ที่ทำการตลาดออนไลน์ผ่านการสร้าง SEO

ราคา: ฟรี

WP Rocket

อีกหนึ่งปลั๊กอินที่อาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกับ การทำ SEO แต่ในความจริงแล้วสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีคะแนนที่ดีจากการประเมินของเครื่องมือค้นหา ซึ่งจะส่งผลถึงการจัดอันดับเว็บไซต์และช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน เพราะ WP Rocket จะช่วยตรวจสอบความรวดเร็วในการแสดงผลบนเว็บไซต์ของคุณ อีกทั้งยังมีตัวช่วยจัดการแคชให้เว็บไซต์สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น จึงสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับเว็บไซต์ รวมถึงผู้ใช้งานยังจะได้รับความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีกับการใช้งานอีกด้วย

ระดับความยาก: ง่าย

เหมาะกับใคร: ทุกคนที่มีเว็บไซต์

ราคา: เริ่มต้นที่ ~1336 บาท ($36.75) /ปี

สรุป

การเลือกใช้ Plugin ใน WordPress นั้น หากเป็นปลั๊กอินที่ทำงานในแบบเดียวกัน คุณควรที่จะเลือกใช้ปลั๊กอินเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะหากคุณลองสังเกตดู จะเห็นได้ว่า ปลั๊กอินเกือบทุกประเภทมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด และการใช้ปลั๊กอินที่ทำงานในแบบเดียวกันซ้ำ ๆ ก็ไม่ได้สร้างประโยชน์เลย นอกเสียจากทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ ดังนั้นคุณควรเลือกใช้ปลั๊กอินตามความเหมาะสมและตอบโจทย์กับการใช้งานของคุณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดด้วย!