อย่างที่เรารู้กันดีว่า การทำการตลาดด้วย Search Engine Optimization หรือการทำ SEO (สายขาว) คือหนึ่งในวิธีการทำการตลาดด้วยคอนเทนต์ที่ทรงพลังและยั่งยืนมากที่สุดอีกวิธีหนึ่ง ยืนยันได้จากการที่ Google ยังเป็นช่องทางที่คนใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลมากที่สุดโดยในปี 2022 นี้ Google ถูกใช้สำหรับการค้นหาไปแล้วถึง 360 พันล้านครั้ง และมีโอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการจะเข้าถึงลูกค้าของคุณในจำนวนมากขนาดนี้ หากจะใช้วิธีการทำโฆษณาหรือยิง Ads เพียงอย่างเดียวก็คงจะหมดเงินในจำนวนมหาศาล

แน่นอนว่า การทำ SEO จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณรู้จักวิธีการทำ SEO ดีแค่ไหน ถ้าอยากจะเริ่มต้นทำ SEO ต้องรู้อะไร หรือถ้าอยากจ้างบริษัทรับทำ SEO สายขาวล่ะ คุณต้องทำยังไงบ้าง วันนี้ผมมี Checklist ดีๆ มาฝากกันครับ

การทำ SEO สายขาวคืออะไร ?

การทำ SEO สายขาวหรือที่เรียกกันว่า ‘White Hat SEO’ คือ กลยุทธ์การทำ SEO ที่ยึดแนวปฏิบัติตามกฎที่ Search Engine กำหนด พูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ ไม่มีการใช้สูตรลัด สูตรโกงนอกเหนือจากการพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์ การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ รวมถึงสิ่งที่คนค้นหาอย่างแท้จริง

ซึ่งวิธีการทำ SEO สายขาวนี้จะให้ผลดีกับธุรกิจในหลายๆ ด้าน เช่น การสร้างแบรนด์ การเข้าถึงเป้าหมาย การมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ ไปจนถึงการก่อให้เกิด Conversion ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการติดหน้าหนึ่ง (สำหรับ Keyword ที่มีการแข่งขันสูง) แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าในระยะยาว

SEO สายขาวมีความสำคัญอย่างไร ?

SEO สายขาว (White Hat SEO) นั้นมีความสำคัญต่อทุกคนที่ใช้งานระบบ Search Engine เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้แน่ใจได้ว่า การทำงานของอัลกอริทึมจะไม่มั่ว จะทำการจัดอันดับเฉพาะเว็บไซต์ที่ดีและมีเนื้อหาที่มีคุณภาพตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดให้เท่านั้น ส่วนใครที่ตั้งใจใช้สูตรโกงก็จะถูกลดคะแนนและไม่ได้รับการจัดอันดับที่ดี ทำให้ลดปัญหาของการ Search แล้วเจอแต่เว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องลงไปได้เป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่า ในฝั่งของผู้ใช้งานเองก็จะได้รับแต่ผลลัพธ์การค้นหาที่สามารถให้คำตอบได้ตรงกับ Keyword ที่ใช้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ทำ SEO สายขาวกับ SEO สายดำต่างกันอย่างไร ?

มีการทำ SEO สายขาวแล้ว แน่นอนว่า ก็ต้องมีด้านตรงกันข้าม นั่นก็คือ การทำ SEO สายดำ มาดูกันดีกว่าครับว่า กลยุทธ์ทั้ง 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

หลายคนอาจจะเคยคิดที่จะลองหรือจ้างบริษัทรับทำ SEO สายดำ เพราะเห็นว่าใช้เวลาสั้นกว่าในการเห็นการพัฒนาของอันดับบนหน้า Search Engine จากการทำสิ่งต่างๆ ซึ่งก็มีกลยุทธ์หลายอย่างที่คล้ายกันกับการทำ SEO สายขาว แต่จะต่างกันด้านเทคนิค ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็น ‘สูตรโกง’ ก็ได้ เช่น

การทำคอนเทนต์ของ SEO สายขาว จะเน้นการทำคอนเทนต์คุณภาพและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ส่วน SEO สายดำ หลายคนจะเน้นการทำ Duplicate Content เป็นวิธีการสแปมคอนเทนต์รูปแบบหนึ่ง โดยการคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาลงในเว็บไซต์ตนเอง หรือทำการ Duplicate Content ของเว็บไซต์ตัวเองมาดัดแปลงเพียงเล็กน้อย แล้วไปโพสต์บนเว็บอื่นๆ อย่าง Medium หรือ pantip เพื่อคาดหวังอันดับ Backlink หรือ Traffic ที่จะกลับมา
การใช้ Keyword ของ SEO สายขาวจะเน้นในเชิงคุณภาพ ไม่ได้มีจำนวนที่เยอะเกินไป และต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในคอนเทนต์เท่านั้น ส่วนการทำ SEO สายดำจะเน้นการใส่ Keyword จำนวนมาก โดยเน้นการอัด Keyword ลงไปใน Content เพื่อให้ bot เข้ามาเก็บข้อมูล
การทำ Backlink ของ SEO สายขาวจะเน้นไปที่การทำ Backlink คุณภาพและส่งผลต่อการจัดอันของ SEO ได้อย่างยั่งยืน ส่วน SEO สายดำจะเน้นไปที่ Backlink ปริมาณมาก อาจมีคุณภาพต่ำจากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องรวมเข้ามาด้วย เช่น การเข้าไปแสดงความคิดเห็นจาก webboard ต่างๆ แล้วนำลิงก์ของเว็บไซต์ไปแปะ หรือทำลิงก์จากเว็บไซต์อื่นๆ มา แต่เว็บไซต์เหล่านั้นไม่มีความน่าเชื่อถือหรือเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณเลย
ซึ่งการทำ SEO สายดำ ส่วนใหญ่จะเป็นการทำ Cloaking SEO นั่นคือ การแสดงเนื้อหาคอนเทนต์ของเว็บไซต์ให้คนใช้งานเห็นแบบหนึ่ง และแสดงให้กับ bot จาก Search engines อีกแบบหนึ่ง เพื่อหวังการทำอันดับ SEO ได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะไม่ใช่วิธีการทำ SEO แบบยั่งยืนอย่างที่คุณต้องการนะครับ อีกทั้งยังเสี่ยงทำให้เว็บไซต์โดนแบนได้อีกด้วย

ทำ SEO สายขาวอย่างไรให้ได้ผล ?

หากคุณต้องการสร้างธุรกิจและชื่อเสียงให้กับเว็บไซต์แบบระยะยาว การจ้างบริษัทรับทำ SEO สายขาว ถือว่าเป็นกลยุทธ์การทำการตลาดที่ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เพราะบริษัทเหล่านี้จะมีเทคนิคการทำ SEO สายขาวที่อาจจะต้องใช้ความละเอียด และมีเทคนิคเฉพาะ ที่ทำให้ติดอันดับดีขึ้น เช่น

เข้าใจ Search Intent ของกลุ่มเป้าหมาย

ปกติแล้วการทำ SEO จะต้องทำ Keyword Research เพื่อดูว่า Search Volume สูงไหม คนจะเสิร์ชแล้วเข้ามายังเว็บไซต์หรือเปล่า แต่แค่นั้นอาจจะยังไม่พอ เพราะ Keyword เหล่านั้นควรที่จะสามารถตอบ Intent ของคนเสิร์ชได้ด้วย ซึ่ง Intent ที่ว่าก็ควรจะเป็นของกลุ่มลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณเองด้วย เช่น ใช้ Keyword ประเภท Commercial Intent เช่น ซื้อ ขาย จอง หรือคำที่เกี่ยวข้องกับประเภทสินค้าของคุณ อย่าง ชื่อสินค้า รุ่น ยี่ห้อ เป็นต้น

ทำ Original Content ที่มีคุณภาพ

คุณคงเคยได้ยินคำว่า ‘Content is King’ ใช่ครับ สำหรับ SEO เองคอนเทนต์ก็ถือว่ามีความสำคัญที่ทำให้ติดอันดับได้ง่ายมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าจะเขียนอะไรก็ได้ แต่ควรเป็นคอนเทนต์ที่มีเนื้อหา…

มีประโยชน์

คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ในที่นี้คือ เป็นคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ซึ่งรูปแบบ Content ที่มีประโยชน์และเน้นคุณค่าจะช่วยสร้าง Traffic ที่มีคุณภาพให้กับเว็บไซต์ ทำให้ Search Engine อยากจะนำเสนอ Content ของเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อตอบสนองการค้นหาได้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสที่จะทำให้คุณได้รับ Backlink ที่มีคุณภาพกลับมาได้มากขึ้นอีกด้วย

เกี่ยวข้อง

โดยจะเน้นการทำคอนเทนต์ให้ตรงกับ Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายใช้ และต้องเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เป็นหลัก เนื่องจากถ้าปล่อยให้เว็บไซต์มี Content ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Keyword หรือกลุ่มเป้าหมายมากๆ การทำ Paid Search หรือ SEO ก็จะไม่ได้ผล เพราะคนจะไม่เข้ามาคลิกอ่านบทความของเว็บไซต์นั้นๆ อีก เมื่อไม่มี Traffic เข้าเว็บไซต์ Search Engine ก็มองว่า เว็บไซต์นี้ไม่น่าเชื่อถือและปรับอันดับบนหน้า Search Engine ให้ต่ำลงนั่นเอง