หลายคนคงเข้าใจดีแล้วว่าการรับทำ SEO นั้น ทำเพื่อช่วยโปรโมทและผลักดันเว็บไซต์ที่เป็นเป้าหมายให้ขึ้นไปติดอันดับสูงสุดในช่องการค้นหา ซึ่งการรับทำ SEO แบบที่กล่าวไปนั้นคือการโปรโมทเว็บแบบทั่วไป ยังไม่แยกออกเป็น SEO สายดำ หรือสายขาว ตามที่เราได้เห็นกันทั่วไปในเว็บไซต์ต่าง ๆ

การแยกประเภทของการโปรโมทเว็บไซต์ออกเป็นสายต่าง ๆ นั้น เริ่มมีมาได้ในระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันก็เริ่มมีการรับทำ SEO สายเทา เพิ่มขึ้นมาด้วยอีกหนึ่งประเภท แต่ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงเพียงแค่สองสายหลัก ๆ ตามข้อมูลข้างต้นเท่านั้น เพื่อให้รู้ถึงความแตกต่าง และข้อดีข้อเสียของการรับทำ SEO ทั้งสองสาย ซึ่ง SEO สายดำ หรือสายขาวนั้น มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตามรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

ความแตกต่างระหว่าง SEO สายขาวและสายดำ

1.ใช้วิธีการและระยะเวลาในการโปรโมทที่แตกต่างกัน

การรับทำ SEO สายขาว นั้น จะใช้ระยะเวลาในการโปรโมทเว็บไซต์นานกว่า SEO สายดำมากพอสมควร เนื่องจาก SEO สายขาวนั้น จะใช้ข้อมูลการโปรโมทที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อระบบการตรวจสอบของ Google และมีแต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมเป็นหลัก ผิดกับการรับทำ SEO สายดำ ที่ใช้วิธีการโปรโมทเว็บไซต์ที่ได้ผลเร็วกว่า แต่ปราศจากความปลอดภัยและความยั่งยืนในระยะยาว

2.การรับทำ SEO สายดำมักจะใช้ช่องทางการโปรโมทที่ไม่เหมาะสม

ช่องทางการโปรโมทของ SEO สายดำนั้น ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบวีดีโอหรือป๊อบอัพที่สร้างความรำคาญและเสี่ยงต่อการถูกรายงานว่าเป็นสแปม เช่น สร้างป๊อบอัพโฆษณาวีดีโอเฉพาะทางทับข่าวสารที่ผู้ชมต้องการอ่าน หรือขึ้นมาคั่นหน้าระหว่างที่ผู้ชมกำลังรับชมวีดีโอที่เป็นประโยชน์ในเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน การรับทำ SEO ในรูปแบบนี้มักจะอยู่ได้ไม่นาน และมีความเสี่ยงสูง

3.การรับทำ SEO สายดำอาจทำให้เว็บไซต์นั้น ๆ ถูกปิดตัวลง

การรับทำ SEO สายขาวจะมีความปลอดภัยและยั่งยืนกับตัวเว็บไซต์กว่าการรับทำ SEO แบบสายดำมาก เนื่องจากทางGoogleนั้นมีระบบตรวจสอบเว็บไซต์ที่ขึ้นมาติดอันดับเร็วเป็นพิเศษ และทันทีที่ทางระบบตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์เหล่านั้นทำการโปรโมทอย่างผิดวิธี ระบบจะปิดเว็บไซต์ลงทันที ทำให้ต้องเสียเวลาหาช่องทางเข้าหรือเปิดเว็บไซต์แบบเดิมขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จะเห็นได้ชัดว่าการรับทำ SEO แบบสายขาวนั้นมีความยั่งยืนและปลอดภัยกว่าสายดำมาก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องยอมรับว่าเว็บไซต์ในโลกใบนี้นั้นมีมากมายหลายประเภท และเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ ไม่มีอะไรมาเป็นตัวชี้วัดความถูกผิด บอกได้แค่ว่า SEO ทั้งสองสายมีความแตกต่างกันอย่างไรเท่านั้น